ที่มา : ภูมิศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
วันจันทร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2556
โครงการการบูรณาการ การเรียนการสอน การเผยแพร่ทางวิชาการ
เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2556 ที่ผ่านมา อาจารย์อสมาภรณ์ สิทธิ อาจารย์ประจำภาควิชาภูมิศาส ตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมสาสต ร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร่วมกับนิสิตชั้นปีที่ 2 สาขาวิชาภูมิศาสตร์พัฒนาเพื่อการจัดการทรัพยากร จำนวน 95 คน จัดโครงการการบูรณาการ การเรียนการสอน การเผยแพร่ทางวิชาการ และการบำรุงศิลปวัฒนธรรม ทางด้านเทคโนโลยีภูมิศาสตร์ ในชีวิตประจำวันให้กับนักเรียน ณ หอประชุมโรงเรียนโรงเรียนโก สุมวิทยาสรรค์ อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม โดยมีนายเรืองยศ วิชัย รองผู้อำนวยการโรงเรียนเป็น ประธานกล่าวต้อนรับและนายโส ภณ มัดจุปะ หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม กล่าวรายงาน การจัดโครงการในครั้งนี้ ได้แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มได้แก่ กลุ่มการสอนเกี่ยวกับ ระบบกำหนดตำแหน่งบนพื้นโลก (Global Positioning System : GPS) กลุ่มการสอนเกี่ยวกับ ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ ( Geography Information System : GIS) กลุ่มการสอนเกี่ยวกับการรับ รู้ระยะไกล (Remote Sensing : RS)ภายในงานมีการบรรยายความ รู้ให้นักเรียนชั้นมัธยมศึก ษาปีที่ 2 และ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 500 คน โดยแบ่งออกเป็น 16 ฐาน การจัดโครงการในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเน้นให้ผู้ เรียนมีการเรียนรู้จากประสบ การณ์จริงนอกห้องเรียนและเกิดการเรียนรู้ที่หลากหลาย ซึ่งโครงการบริการวิชาการให้ความรู้เรื่อง เทคโนโลยีภูมิศาสตร์ในชีวิต ประจำวัน เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะให้ ผู้เรียนมีการเรียนรู้นอกห้ องเรียนโดยเป็นการออกพื้นที่ให้บริการความรู้ทางด้านภู มิศาสตร์แก่นักเรียนและเป็น การต่อยอดรายวิชาที่เรียนนอ กจากนี้ผู้เรียนได้เพิ่มทัก ษะกระบวนการเรียนรู้ ทั้งยังเพิ่มเติมความรู้ทาง ด้านภูมิศาสตร์ให้กับนักเรี ยนซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ ทั้งนี้ทางภาควิชาภูมิศาสตร์คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาส ตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ยังได้มอบสื่อการเรียนการสอ นให้กับกลุ่มสารการเรียนรู้ สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม โรงเรียนโกสุมวิทยาสรรค์ เพื่อใช้ในการจัดการเรียนกา รสอนต่อไป
โครงการภูมิศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง
เมื่อวันที่ 9-10 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา อาจารย์ปัทมพร วงศ์วิริยะและอาจารย์อสมาภร ณ์ สิทธิ พร้อมด้วยนิสิตสาขาภูมิศาสต ร์พัฒนาเพื่อการจัดการทรัพย ากร ชั้นปีที่ 2 ภาควิชาภูมิศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสต ร์ มหาวิทยาลัยหาสารคาม จำนวน 95 คน ได้ออกพื้นที่ภาคสนามตามโคร งการภูมิศาสตร์ภาคตะวันออกเ ฉียงเหนือ อนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงและการ สำรวจระยะไกลเพื่อการจัดการ ทรัพยากร เขตพื้นที่จังหวัดหนองคาย โดยสืบเนื่องจากในภาคเรียนที่ 2/ 2555 ภาควิชาภูมิศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้เปิดสอนรายวิชา 0107203 ภูมิศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียง เหนือและอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโ ขง และรายวิชา 0107210การรับรู้ระยะไกลเพื่อการจัดการ 1 ซึ่งในการเรียนการสอนใน 2 รายวิชาดังกล่าวเน้นให้นิสิ ตเกิดความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับรูปแบบ ลักษณะของเมืองและชนบท ตลอดจนการกระจายตัวของกิจกร รมทางเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคต ะวันออกเฉียงเหนือและอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ตลอดจนให้นิสิตได้เรียนรู้ก ารรับรู้ระยะไกลเพื่อการจัด การทรัพยากรจากการออกภาคสนา มในพื้นที่จริงดังนั้นภาควิ ชาจึงได้จัดโครงการนี้ขึ้นเ พื่อให้นิสิตได้นำทักษะและป ระสบการณ์เกี่ยวกับภูมิศาสต ร์ซึ่งไปใช้ในสถานที่จริงอั นเป็นประสบการณ์ตรงที่นิสิต จะได้รับ และนำไปประกอบกับการเรียนกา รสอนในห้องเรียนมากยิ่งขึ้น
ที่มา : ภูมิศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
ภาควิชาภูมิศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม สำรวจพื้นที่ภาคสนาม ณ เกาะสมุย
ภาควิชาภูมิศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ฯ มมส. ออกศึกษาสำรวจลักษณะพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ ณ เกาะสมุย
เมื่อวันที่ 5-9 มีนาคม 2556 ที่ผ่านมา อาจารย์ ดร.สาวิตรี รตโนภาส สุวรรณลี หัวหน้าภาควิชาภูมิศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคามได้นำนิสิตสาขาวิชาภูมิศาสตร์พัฒนาเพื่อการจัดการทรัพยากร ชั้นปีที่ 3 จำนวน 34 คน ออกศึกษาสำรวจลักษณะพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ ณ เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ตามโครงการศึกษาดูงานนอกสถานที่ทางภูมิศาสตร์ได้มีการส่งเสริมให้นิสิตได้นำเอาความรู้ที่ได้รับจากการเรียนการสอนในห้องเรียนมาประยุกต์ใช้ในประสบการณ์จริงได้อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้นิสิตได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันรู้จักการทำงานเป็นทีมมากขึ้น โดยได้ทำการแบ่งนิสิตออกเป็น 4 กลุ่ม เพื่อศึกษาเส้นทางการเดินทางและลักษณะทางกายภาพของแต่ละภาค คือ
1. ศึกษาลักษณะทางเศรษฐกิจ
2. ศึกษาลักษณะทางสังคม
3. ศึกษาลักษณะทางวัฒนธรรม และ
4. ศึกษาลักษณะทางการท่องเที่ยว
ซึ่งในปัจจุบันนี้เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology) ได้มีความก้าวหน้าและพัฒนาอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเทคโนโลยีทางด้านภูมิสารสนเทศ ซึ่งได้แก่ เทคโนโลยีการรับรู้ระยะไกล (Remote Sensing) ระบบกำหนดตำแหน่งบนพื้นโลกด้วยดาวเทียม (Global Positioning Systems-GPS) และระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (Geographic Information Systems-GIS) ได้มีการนำมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสร้างความมั่นคงของประเทศในหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งแต่ละหน่วยงานที่ทำงานเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ ได้มีการประยุกต์และพัฒนาการนำมาได้ซึ่งข้อมูลไปใช้ รวมถึงการพัฒนาโปรแกรมไว้ใช้ในเฉพาะหน่วยงาน เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์และสอดคล้องตามภารกิจการทำงานของหน่วยงานต่าง ๆ
เนื่องจากการเรียนในสาขาวิชาภูมิศาสตร์พัฒนาเพื่อการจัดการทรัพยากรนั้นมีความจำเป็นต้องศึกษาลักษณะ ภูมิอากาศ และเทคโนโลยีระบบสารสนเทศ ของพื้นที่จริงประกอบกับองค์ความรู้ที่ได้รับจากการเรียนในห้องเรียน โดยลักษณะภูมิอากาศนั้นเป็นการศึกษาลักษณะจำเพาะของภูมิภาคเขตร้อน การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ที่มีผลกระทบต่อการเกิด ลม ฟ้า อากาศ แร่ หิน ต่างๆ และการศึกษาเทคโนโลยีระบบสารสนเทศ เป็นการเน้นในเรื่องของเครื่องมือ เทคโนโลยีสมัยใหม่ที่นำมาวิเคราะห์ แก้ไข หรือพัฒนาบริหารจัดการข้อมูลให้มีความเป็นปัจจุบัน และทันสมัยอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเมื่อนิสิตมีความรู้และเข้าใจเกี่ยวกับลักษณะดังกล่าวแล้ว ก็จะสามารถนำองค์ความรู้เหล่านี้มาใช้ประกอบกับเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ เพื่อนำไปวิเคราะห์ และประยุกต์ใช้ในงานด้านต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น
ดังนั้นการจัดการศึกษาภาคสนามนั้นถือเป็นกิจกรรมอย่างหนึ่งของการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ซึ่งช่วยให้ผู้เรียนได้มีโอกาสเรียนรู้ด้วยตนเองทำให้ได้รับความรู้ความเข้าใจในเรื่องที่ศึกษาอย่างแท้จริง ทั้งยังเป็นการเสริมสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียนอย่างสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นเพราะการพาผู้เรียนไปออกภาคสนามนั้น ถือว่าเป็นวิธีการหนึ่งที่ทำให้ผู้เรียนได้รับประสบการณ์ตรงในการเรียนรู้ และช่วยสนับสนุนการเรียนการสอนให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มมากยิ่งขึ้น
เมื่อวันที่ 5-9 มีนาคม 2556 ที่ผ่านมา อาจารย์ ดร.สาวิตรี รตโนภาส สุวรรณลี หัวหน้าภาควิชาภูมิศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคามได้นำนิสิตสาขาวิชาภูมิศาสตร์พัฒนาเพื่อการจัดการทรัพยากร ชั้นปีที่ 3 จำนวน 34 คน ออกศึกษาสำรวจลักษณะพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ ณ เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ตามโครงการศึกษาดูงานนอกสถานที่ทางภูมิศาสตร์ได้มีการส่งเสริมให้นิสิตได้นำเอาความรู้ที่ได้รับจากการเรียนการสอนในห้องเรียนมาประยุกต์ใช้ในประสบการณ์จริงได้อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้นิสิตได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันรู้จักการทำงานเป็นทีมมากขึ้น โดยได้ทำการแบ่งนิสิตออกเป็น 4 กลุ่ม เพื่อศึกษาเส้นทางการเดินทางและลักษณะทางกายภาพของแต่ละภาค คือ
1. ศึกษาลักษณะทางเศรษฐกิจ
2. ศึกษาลักษณะทางสังคม
3. ศึกษาลักษณะทางวัฒนธรรม และ
4. ศึกษาลักษณะทางการท่องเที่ยว
ซึ่งในปัจจุบันนี้เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology) ได้มีความก้าวหน้าและพัฒนาอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเทคโนโลยีทางด้านภูมิสารสนเทศ ซึ่งได้แก่ เทคโนโลยีการรับรู้ระยะไกล (Remote Sensing) ระบบกำหนดตำแหน่งบนพื้นโลกด้วยดาวเทียม (Global Positioning Systems-GPS) และระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (Geographic Information Systems-GIS) ได้มีการนำมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสร้างความมั่นคงของประเทศในหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งแต่ละหน่วยงานที่ทำงานเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ ได้มีการประยุกต์และพัฒนาการนำมาได้ซึ่งข้อมูลไปใช้ รวมถึงการพัฒนาโปรแกรมไว้ใช้ในเฉพาะหน่วยงาน เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์และสอดคล้องตามภารกิจการทำงานของหน่วยงานต่าง ๆ
เนื่องจากการเรียนในสาขาวิชาภูมิศาสตร์พัฒนาเพื่อการจัดการทรัพยากรนั้นมีความจำเป็นต้องศึกษาลักษณะ ภูมิอากาศ และเทคโนโลยีระบบสารสนเทศ ของพื้นที่จริงประกอบกับองค์ความรู้ที่ได้รับจากการเรียนในห้องเรียน โดยลักษณะภูมิอากาศนั้นเป็นการศึกษาลักษณะจำเพาะของภูมิภาคเขตร้อน การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ที่มีผลกระทบต่อการเกิด ลม ฟ้า อากาศ แร่ หิน ต่างๆ และการศึกษาเทคโนโลยีระบบสารสนเทศ เป็นการเน้นในเรื่องของเครื่องมือ เทคโนโลยีสมัยใหม่ที่นำมาวิเคราะห์ แก้ไข หรือพัฒนาบริหารจัดการข้อมูลให้มีความเป็นปัจจุบัน และทันสมัยอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเมื่อนิสิตมีความรู้และเข้าใจเกี่ยวกับลักษณะดังกล่าวแล้ว ก็จะสามารถนำองค์ความรู้เหล่านี้มาใช้ประกอบกับเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ เพื่อนำไปวิเคราะห์ และประยุกต์ใช้ในงานด้านต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น
ดังนั้นการจัดการศึกษาภาคสนามนั้นถือเป็นกิจกรรมอย่างหนึ่งของการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ซึ่งช่วยให้ผู้เรียนได้มีโอกาสเรียนรู้ด้วยตนเองทำให้ได้รับความรู้ความเข้าใจในเรื่องที่ศึกษาอย่างแท้จริง ทั้งยังเป็นการเสริมสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียนอย่างสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นเพราะการพาผู้เรียนไปออกภาคสนามนั้น ถือว่าเป็นวิธีการหนึ่งที่ทำให้ผู้เรียนได้รับประสบการณ์ตรงในการเรียนรู้ และช่วยสนับสนุนการเรียนการสอนให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มมากยิ่งขึ้น
ที่มา : ภูมิศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)




















































